
กูเกิลร่วมมือกับ Energy Dome สตาร์ตอัปจากอิตาลี เพื่อนำเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานระยะยาว (LDES) โดยใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) มาใช้เป็นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาความไม่ต่อเนื่องของพลังงานหมุนเวียน
เทคโนโลยีกักเก็บพลังงานด้วย CO2 เทคโนโลยีนี้ใช้การสร้าง “โดม” เพื่อกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนที่ได้มาจากแหล่งผลิตต่าง ๆ เช่น กังหันลม หรือโซลาร์เซลล์ มาบีบอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้มันควบแน่นกลายเป็นของเหลวเก็บไว้ในโดม ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือน “แบตเตอรี่” ขนาดใหญ่
การทำงานของแบตเตอรี่พลังงาน CO2 จากนั้น เมื่อต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า ระบบแบตเตอรี่ที่ว่านี้ ก็จะใช้ความดันและความร้อนทำให้ของเหลวที่เก็บไว้กลายเป็นก๊าซดังเดิม เพื่อส่งมาหมุนกังหัน ผลิตไฟฟ้าต่อไป โดยบริษัทระบุว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon-neutral) เนื่องจากเปลี่ยนสถานะระหว่างก๊าซและของเหลวภายในระบบปิด ทำให้ไม่มีการปล่อยมลพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
ความสามารถของแบตเตอรี่พลังงาน CO2 เอเนอร์จี โดม (Energy Dome) ยังระบุว่าระบบนี้ สามารถกักเก็บพลังงานได้นาน 10-24 ชั่วโมง นานกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งทำได้เพียง 4-6 ชั่วโมง และบริษัทยังอ้างว่า ระบบแบตเตอรี่ดังกล่าว ยังสามารถผลิตขึ้นโดยใช้เครื่องมืออุตสาหกรรมในปัจจุบัน เช่น ถังเหล็ก และคอมเพรสเซอร์ ทำให้การติดตั้งรวดเร็วและประหยัดกว่าเทคโนโลยีแบบระยะยาวอื่น ๆ
ปัจจุบัน พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม นับเป็นหนึ่งในวิธีที่คุ้มค่าและรวดเร็วที่สุดในการส่งพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า แต่กลับไม่ยืดหยุ่นเนื่องจากการทำงานที่ไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นจึงทำให้บริษัทพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว เพื่อช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่นนี้โดย Google จะสนับสนุนทุนในการพัฒนาโครงการแบตเตอรี่ ขยายไปสู่การใช้งานในทุกพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงยุโรป อเมริกา และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงนำไปใช้กับศูนย์ข้อมูล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปลอดคาร์บอนของบริษัท ภายในปี 2030
ทีมา : https://www.facebook.com/tnntechreports
ข้อมูลจาก : TNN Tech